ไก่ย่างเขาสวนกวางขายดี สงกรานต์ยอดทะลักวันละ 400 ตัว

ไก่ย่างเขาสวนกวาง ขายดี เผย ยอดขายทะลักวันละ 400 ตัว นักท่องเที่ยวแห่ซื้อไปรับประทานกันในครอบครัวและเป็นของฝาก ยันแม้จะเป็นช่วงสงกรานต์ก็ยังจำหน่ายราคาปกติ

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางกลับและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก่อนถึงช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โดยทั่วไปยังคงสามารถสัญจรเดินทางไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ และถนนมลิวรรณ เส้นทางสายหลักที่สำคัญที่เดินทางสู่หลายจังหวัดในภาคอีสานตอนบน ยังมีปริมาณรถที่มาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันนี้ถนนทุกเส้นทางจะมีสภาพการจราจรที่หนาแน่นเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่บริเวณสี่แยก อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ทั้งฝั่งขาขึ้นมุ่งหน้าไป จ.อุดรธานี และขาล่องมุ่งหน้าเข้าสู่ จ.ขอนแก่น ยังคงมีปริมาณรถที่หนาแน่น ทั้งสองฟากฝั่งถนน เพราะเป็นอำเภอสุดท้ายและอำเภอหน้าด่านของ จ.ขอนแก่น ที่จะมีรถนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจาก สปป.ลาว.เวียดนามและจีน ที่จะต้องสัญจรผ่านในเส้นทางนี้ และที่อำเภอแห่งนี้ยังคงเป็นอำเภอที่จำหน่ายไก่ย่างชื่อดังของจังหวัดที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ซึ่งก็ยังคงพบว่ามีลูกค้ามาจอดซื้อไก่ย่างเขาสวนกวาง ทั้งเป็นของฝากและซื้อรับประทานกันในครอบครัวหรือนำกลับไปทำบุญเนื่องในวันครอบครัวและเทศกาลสงกรานต์ปีนี้อย่างหนาแน่นเช่นกันนายวัชรวิทย์ แพนดี เจ้าของร้านไก่ย่างยายแพง กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้ ทางร้านต้องเตรียมไก่สด และเตาย่างเพิ่ม จากที่เคยสั่งไก่วันละ 200 ตัว ก็เพิ่มเป็นวันละ 400 ตัว ส่วนเตาย่างที่หน้าร้านตั้ง 5 เตา หลังร้านอีก 8 เตา ย่างได้ครั้งละ 7-10 ตัว แต่ก็ยังย่างไม่ทันขาย เพราะลูกค้ามีทั้งนั่งกินในร้าน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจและรอที่จะได้ไก่ย่างเพื่อรับประทานกับคนในครอบครัว หรือนำไปทำบุญเองในวันสงกรานต์ ขณะที่ลูกค้าบางคนก็สั่งไก่ย่างพอหมาดๆ เพื่อนำไปเป็นของฝาก ซึ่งทางร้านก็ให้บริการตามใจลูกค้าทั้งหมด อีกทั้งราคาจำหน่ายยังคงอยู่ที่ตัวละ 120 บาท ไม่มีการเพิ่มราคาแม้จะอยู่ในช่วงเทศกาลก็ตามเพราะความซื่อสัตย์ ความไว้ใจให้บริการด้วยใจเป็นสิ่งที่ร้านดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนมีลูกค้าขาประจำและลูกค้าที่ได้ยินชื่อเสียงของร้านมาใช้บริการอยู่อย่างไม่ขาดสาย

“ไก่ย่างเขาสวนกวางมีความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ไม่เหมือนไก่ย่างจากที่อื่น เพราะไก่ที่นี่จะย่างขายกันทั้งตัว ไม่มีการแบ่งครึ่งหรือแยกส่วนใดออก ยกเว้นเครื่องในไก่เท่านั้น ไก่ทุกตัวจะใช้ไม้คีบไก่ขนาดใหญ่เป็นไม้ไผ่ตงเป็นอุปกรณ์คีบไก่ขึ้นย่างบนเตาไฟ ใช้ไม้ตอกรัดไม้คีบทั้งหมดสามเส้น เมื่อย่างไก่สุกจะตัดออกให้เหลือเส้นเดียว หัวไก่จะชี้ขึ้นด้านบน หลังจากย่างเสร็จจะเห็นสีผิวของไก่ย่างสีเหลืองเข้มน่ารับประทาน จะโรยหน้าด้วยกระเทียมเจียวและเหยาะพริกไทยป่นอีกครั้งทำให้กลิ่นหอมเย้ายวนยิ่งนัก ก่อนจะเสิร์ฟพร้อมกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษ 2 ชนิด ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าและเป็นสูตรเด็ดเฉพาะของทางร้านอีกด้วย ปัจจุบันร้านไก่ย่างเขาสวนกวางเปิดให้บริการอยู่สองฟากฝั่งถนนมากกว่า 100 ร้านค้า ไม่นับรวมที่เดินจำหน่ายตามสี่แยกไฟแดงซึ่งนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สัญจรไป-มาในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้สามารถเลือกซื้อได้อย่างสะดวกอีกด้วย” นายวัชรวิทย์ กล่าวนายวัชรวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันทางร้านนอกจากจะจำหน่ายไก่ย่างเขาสวนกวางแล้วยังคงมีสินค้าประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องในไก่ย่าง ไม้ละ 10 บาท ไข่ปิ้ง ไม้ละ 20 บาท ข้าวเหนียว ส้มตำ และอาหารอีสานรสแซ่บอีกมากมาย ซึ่งเทศกาลสงกรานต์ร้านจะยังคงเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 07.00 น. ไปจนกว่าลูกค้าจะหมด หรือเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

ที่มา>>>Thairath

นายอำเภอโชว์เก๋ สร้างกรงขังไม้ไผ่ เตือนสติคนเมาช่วงสงกรานต์

นายอำเภอทองแสนขัน อุตรดิตถ์ ไอเดียสุดเก๋! สร้างที่พักคนเมา ด้วยกรงขังไม้ไผ่ พร้อมหุ่นตุ๊กตาคน ใช้วัสดุที่หาได้ง่ายในหมู่บ้าน มีป้ายข้อความติดหน้ากรง จำลองภาพเหตุการณ์คนที่เมาแล้วขับ หวัง เตือนสติช่วงสงกรานต์ …

วันที่ 12 เม.ย. 59 นายปรีชา สุทนต์ นายอำเภอทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ออกตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อส. อพปร. กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ประจำศูนย์ป้องกัน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. นี้ โดยมีการตรวจยานพาหนะทุกชนิดที่ขับสัญจรไปมา ซึ่งด่านดังกล่าว จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และอพปร. คอยตรวจ 24 ชั่วโมง และคอยให้บริการ ช่วยในการลดอุบัติเหตุให้เป็นศูนย์ เพื่อตอบสนองนโยบายของทางรัฐบาล และของนายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่เน้นพื้นที่เทศบาลตำบลทองแสนขัน “เมาไม่ขับ” เช่นกันสำหรับจุดเด่นของด่านนี้ คือ ที่พักคนเมาเป็นกรงไม้ไผ่ ที่ถูกจัดสร้างขึ้นมามีขนาดความกว้างประมาณ 3 เมตร ยาว 3 เมตร มุงด้วยหญ้าคา มีหุ่นตุ๊กตารูปคนอยู่ภายในกรง พร้อมขวดเหล้า จำนวน 2 ขวด มีติดป้ายข้อความหน้ากรงที่พักคนเมา เป็นการจำลองภาพเหตุการณ์คนที่เมาแล้วขับรถ เพื่อลดอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นบนท้องถนน ลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน

ทั้งนี้ กรงไม้ไผ่พร้อมหุ่นจำลองที่ถูกสร้างขึ้นครั้งนี้ เป็นจุดสนใจให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาถึงแนวคิดในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี“หุ่นจำลองสร้างขึ้นมาในรูปแบบขำขัน ใช้วัสดุพื้นบ้านที่หาได้ง่าย ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการสร้างกรงขังดังกล่าว ก็ใช้เงินไม่มาก เพราะทางอำเภอใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของในหลวง นอกจากนี้ ใครที่ขับรถผ่านบางราย ก็ลงจากรถมาขอถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย” นายอำเภอทองแสนขัน กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

รถติดถนนมิตรภาพ ขาเข้าเมืองขอนแก่น ยาวกว่า 10 กม.

สภาพจราจรถนนมิตรภาพขาเข้าเมืองขอนแก่น รถติดยาวกว่า 10 กม. หลายหน่วยงาน เปิดจุดบริการประชาชนเฝ้าระวัง 7 วันอันตราย ย้ำชัด เมาแล้วขับถูกจับ ยึดรถ …

วันที่ 11 เม.ย.59 บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ เส้นทางมุ่งหน้าเข้าสู่เขต อ.เมืองขอนแก่น สภาพการจราจรที่ติดขัด โดยเฉพาะในช่วงทางร่วมและทางแยกต่างๆ ที่ยังคงมีปริมาณรถสะสมอย่างมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งจัดระบบการจราจรและควบคุมการเดินรถให้สามารถเดินทางต่อไปได้ โดยเฉพาะช่วงสัญญาณไฟจราจรก่อนถึงสถานีขนส่งแห่งที่ 3 ยาวไปจนถึงจุดกลับรถตำบลท่าพระ ระยะทางกว่า 10 กม. รถติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากมีการปิดจุดกลับรถและจัดระบบการจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในระยะนี้อย่างเข้มงวด

ร.ต.อ.พรชัย แสงศิลา รอง สว.สทล.2 กก.4 บก.ทล. (ตำรวจทางหลวงขอนแก่น) กล่าวว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ยังคงวางกำลังในทุกทางร่วมทางแยกต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณรถเริ่มทยอยเดินทางกลับมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สภาพการจราจรติดขัดอยู่เป็นระยะ ขณะเดียวกัน เพื่อความปลอดภัยได้มีการประสานงานร่วมกับแขวงการทางจังหวัด ในการปิดจุดกลับในพื้นที่จุดเสี่ยง เพื่อจัดระบบการจราจรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตลอดแนวถนนมิตรภาพ ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 17 เม.ย.โดยเริ่มจาก อ.พล ไปจนถึง อ.เขาสวนกวาง ตามแนวถนนมิตรภาพ รวมทั้งหมด 10 จุดเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุอย่างเต็มที่

“กำลังตำรวจทางหลวงทุกนายจะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยห้ามลา และห้ามขาดอย่างเด็ดขาด ตลอดทั้งช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โดยรถวิทยุตรวจการณ์ตำรวจทางหลวง 1 คัน กำลังตำรวจทางหลวง 2 นายจะประจำในทุก 25 กม. เพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ ขณะที่จุดเสี่ยงที่สำคัญที่จะต้องมีการปิดช่องทางการจราจรบางจุด เพื่อจัดระเบียบการเดินรถให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันรองรับปริมาณรถที่หนาแน่น จะประกอบด้วย ช่วงสะพานต่างระดับข้ามทางรถไฟ อ.พล, สี่แยก อ.บ้านไผ่ ตัดผ่านไป จ.ชัยภูมิ และในเขตชุมชนเมืองหลายจุด” ขณะที่ นายปิยิน ตลับนาค นายอำเภอเมืองขอนแก่น เปิดจุดบริการประชาชนและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่บริเวณริมถนนมิตรภาพ ช่วงสามแยกท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเทศบาลตำบลท่าพระ ได้จัดไว้เพื่อบริการประชาชนและอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นสามแยกหลักที่จะเดินทางตัดผ่านไป จ.มหาสารคาม ซึ่งมีปริมาณรถผ่านในจุดดังกล่าวชั่วโมงละไม่น้อยกว่า 1,000 คันนายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจะต้องเป็นแกนนำหลักที่สำคัญ ในการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะคุมกำเนิดคนเมา ที่ห้ามขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์โดยเด็ดขาด รัฐบาลยังคงเน้นย้ำในเรื่องมาตรการป้องกันและคุมเข้มการเกิดอุบัติเหตุอย่างจริงจังและเข้มงวดโดยเฉพาะมาตรการยึดรถของกลุ่มผู้ขับขี่รถขณะเมาสุรา ซึ่งแม้ว่าด่านตรวจรองจะไม่สามารถตรวจยึดได้ แต่หากมีการตรวจจับและควบคุมมาแล้วจะมีการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินคดีเอาผิดอย่างเข้มงวดและเด็ดขาดทันที.

ที่มา>>>Thairath

สั่งคุมเข้มเล่นนํ้าสงกรานต์ ถนนรอบกรุง 33 สาย-ห้ามรถน้ำ, ห้ามจอด, เปิดเพลงดัง

วันที่ 4 เม.ย.2559 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ออกข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ 13-17 เม.ย.59 เป็นการ ชั่วคราว ว่าด้วยการห้ามเดินรถบางชนิด และกำหนดให้เดินรถทางเดียวในถนนบางสาย รวมทั้งห้ามรถน้ำ หรือบรรทุกอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ คนโดยสารเพื่อ เล่นสาดน้ำสงกรานต์ และห้ามจอดรถเปิดเครื่องเสียง เพื่อให้คนเต้นบนรถยนต์ หรือบนถนนในวันที่ 13-17 เม.ย.59 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ในถนนทั้งหมด 33 เส้นทาง ดังต่อไปนี้ 1.ถนนข้าวสาร 2.ถนนจักรพงษ์ 3.ถนนบวรนิเวศ 4.ถนนสามสิบห้าง 5.ถนนตะนาว 6.ถนนราชชินี ตั้งแต่แยกราชินี ตัดถนนหน้าพระธาตุ-ถนนราชชินี ตัดถนนพระอาทิตย์ 7.ถนนพระอาทิตย์ 8.ถนนพระสุเมรุ ตั้งแต่แยกวันชาติ-แยกพระสุเมรุ 9.ถนนสามเสน ตั้งแต่แยกบางขุนพรหม-แยกบางลำพู 10.ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา-วงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

11.ถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา-แยกป้อมเผด็จดัสกร 12.ถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่แยก ป้อมเผด็จดัสกร-แยกท่าช้าง 13.ถนนสุทธิสารวินิจฉัยตั้งแต่แยกสุทธิสาร-แยกรัชดาตัดสุทธิสาร 14.ถนนประชาสุข ตั้งแต่ซอยอินทรามระ 49-แยกประชาสุข 15.ถนนสายไหม 16.ถนนหทัยราษฎร์ ตั้งแต่แยกหทัยราษฎร์-ถนนสุวินทวงศ์ 17.ถนนโชคชัย 4 18.ถนนลาดพร้าว-วังหิน 19.ถนนนาคนิวาศ 20.ถนนสังคมสงเคราะห์ 21.ถนนสีลม ตั้งแต่แยกศาลาแดง-แยกนราลม 22.ถนนพระราม 4 ตั้งแต่แยกศาลาแดง-แยก วิทยุ 23.ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งแต่แยกนราลม-แยกนรินทร 24.ถนนสุรวงศ์ ตั้งแต่แยกอังรีดูนังต์-แยกเดโช-สุรวงศ์ 25.ถนนทรัยพ์ 26.ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตั้งแต่แยกอรุณอมรินทร์-สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า 27.ถนนสุขสวัสดิ์ ตั้งแต่แยกพระราม 2-สุดเขตกรุงเทพมหานคร 28.ถนนประชาอุทิศ ตั้งแต่แยกประชาอุทิศ-ปากซอยประชาอุทิศ 69 29.ถนนราษฎร์บูรณะ ตั้งแต่สะพานข้ามคลองบางปะแก้ว-สุดเขตกรุงเทพมหานคร 30.ถนนพุทธบูชา ตั้งแต่แยกนาหลวง-แยกกำนันธารทิพย์ 31.ถนนวุฒากาศ ตั้งแต่แยกจอมทอง-สุดถนนวุฒากาศ 32.ถนนทวีวัฒนา ตั้งแต่ถนนทวีวัฒนา ตัดถนนเพชรเกษม-สะพานข้ามคลองบางไผ่ 33.ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งแต่แยกนราชธิวาสราชนครินทร์-แยกนราลม

นอกจากนี้ ให้เดินรถทางเดียวในวันที่ 13-17 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. ในถนนพระสุเมรุตั้งแต่แยกบางลำภูมุ่งหน้าสะพานวันชาติ และซอย พหลโยธิน 58 (แอนเน็กซ์) จากด้านถนนเลียบคลองสองมุ่งหน้าถนนพหลโยธิน ทั้งนี้ หากมีการฝ่าฝืนนำ รถบรรทุกน้ำเข้าไปยังถนนที่มีการออกข้อบังคับจะถือว่ากระทำผิดกฎจราจรมีโทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจรมีโทษปรับครั้งไม่เกิน 1,000 บาท.

ที่มา>>>Thairath

ชาวสวนสุโขทัยยิ้มไม่หุบ มะนาวไร้เมล็ดลูกดก ราคางามโลละเกือบ 100!

ยิ่งกว่าถูกหวย! เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวใน จ.สุโขทัย เตรียมรับทรัพย์ช่วงหน้าแล้งปีนี้ หลังมะนาวออกลูกดกเต็มต้นในหน้าแล้ง พ่อค้ารับซื้อถึงสวนโลละ 70 บาท คาด หากยังแล้งต่อเนื่องอาจถึงโลละ 100 บาท

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สวนมะนาวของ นายกิตติชัย อำนวยศิลป์ อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 23/1 ม.2 ต.ตาลเตี้ย อ.เมืองสุโขทัย ซึ่งใช้พื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ริมถนนสายบ้านสวน-ศรีสำโรง ม.2 ต.ตาลเตี้ย ปลูกมะนาวพันธุ์ทูลเกล้า ในบ่อซีเมนต์จำนวน 160 ต้น เพื่อเก็บผลผลิตขาย ปรากฏว่าถึงแม้ขณะนี้จะเป็นช่วงหน้าแล้ง แต่มะนาวที่สวนกลับออกลูกดกเต็มต้น สามารถที่จะเก็บขายได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดีเกษตรกรยิ้มไม่หุบ!ปลูกมะนาวได้ราคางาม โลละเกือบ100 บาทนายกิตติชัย เปิดเผยว่า โดยปกติมะนาวจะเริ่มออกดอกประมาณเดือน ก.พ. – มี.ค. และสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณเดือน ส.ค. – ก.ย. ซึ่งจะเป็นช่วงฤดูฝน เมื่อมีผลผลิตออกมามากทำให้มีราคาถูก พ่อค้ามารับซื้อเพียงกิโลกรัมละประมาณ 8-10 บาทเท่านั้น แต่เมื่อใช้วิธีการหลอกมะนาวให้ออกผลนอกฤดู โดยเมื่อถึงเดือน ส.ค. – ก.ย. จะให้มะนาวทั้งสวนอดน้ำจนใบเริ่มร่วง จากนั้นจะเริ่มให้น้ำให้ปุ๋ยอีกครั้งจนต้นกลับมาสมบูรณ์เริ่มแทงยอดอ่อนพร้อมเปิดตาดอกรับการผสมจนเป็นผลอ่อน ใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน ก็จะสามารถเก็บผลผลิตได้ในช่วงหน้าแล้งพอดีเกษตรกร จ.สุโขทัย ปลูกมะนาวบังคับออกหน้าร้อน สร้างรายได้งามสำหรับมะนาวพันธุ์ทูลเกล้า เป็นลูกผสมระหว่างมะนาวพันธุ์ตาฮิติ กับมะนาวแป้นของไทย ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ ลูกใหญ่ น้ำเยอะ ไม่มีเมล็ด มีความหอม เป็นที่ต้องการของตลาด และจะใช้เพียงปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ ยิ่งช่วงนี้อากาศแล้งจัด ทุกเช้าและเย็นจะต้องคอยรดน้ำให้มะนาวเพื่อที่จะให้ความชุ่มชื้นไปหล่อเลี้ยงลำต้นและผล ซึ่งจะส่งผลให้มะนาวมีผลใหญ่และลูกดกมากเป็นพิเศษ

“ทุกปีช่วงหน้าแล้งราคามะนาวจะพุ่งสูงมาก เนื่องจากมีผลผลิตออกมาน้อย จากปกติเคยซื้อขายกันอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ 8-10 บาท แต่ปีนี้ จ.สุโขทัย เกิดภาวะแล้งหนัก ทำให้มะนาวซึ่งเป็นพืชชอบน้ำติดดอกและออกลูกน้อยมาก เมื่อมะนาวที่สวนมีผลผลิตออกมาในช่วงนี้ก็นับว่าเหมือนถูกหวย เพราะจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงสวน โดยให้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 60-70 บาท และคาดว่าหากสถานการณ์ยังแล้งต่อไปอีก ราคามะนาวอาจพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 100 บาท หรือตกลูกละประมาณ 8-10 บาท อย่างแน่นอน” นายกิตติชัย เจ้าของสวนมะนาวกล่าว

ที่มา>>>Thairath