ชาวสวนเชียงรายปลื้ม! ส้มโอเวียงแก่นส่งออกจีนราคาพุ่ง กิโลละ 65

ชาวสวนเวียงแก่น จ.เชียงราย ได้เฮ ส้มโอส่งออกคุนหมิง ประเทศจีน ราคาพุ่ง กิโลละ 65 บาท คาด มีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง เผย ราคาผลผลิตดี เกษตรกรหันปลูกเพิ่ม แถมพัฒนาคุณภาพได้มาตรฐาน …

เมื่อวันที่ 25 พ.ค.59 นายสมศักดิ์ บุญยวง ที่ปรึกษาวิสาหกิจชุมชนส้มโอเวียงแก่นเพื่อการส่งออก จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ในปีนี้ แนวโน้มราคาส้มโอเวียงแก่น สูงขึ้นต่อเนื่อง และสูงกว่าทุกปีที่เคยมีการซื้อขายมา เหตุเพราะความต้องการตลาดส่งออกไปจีนสูงขึ้น และผลผลิตในประเทศไทยเรามีน้อยลง สืบเนื่องจากผลของความแล้ง และภัยพิบัติจากน้ำท่วมที่แหล่งผลิตใหญ่ที่ จ.นครปฐม เมื่อปี 54 แต่สวนส้มโอเวียงแก่นโชคดี ที่ไม่เกิดผลกระทบผลผลิต มีจำนวนผลผลิตเท่าเดิม และกำลังจะสูงกว่าทุกปี เพราะราคาผลผลิตดี เกษตรกรจึงหันมาปลูกเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ก็พัฒนาคุณภาพให้ได้มาตรฐานที่สามารถส่งออกได้ด้วยแนวโน้มราคาส้มโอเวียงแก่นสูงขึ้น เพราะความต้องการตลาดส่งออกไปจีนสูงขึ้น และผลผลิตในประเทศไทยเรามีน้อยลง

นายสมศักดิ์ เผยต่อว่า ขณะนี้ได้มีพ่อค้าจากคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน ได้ประสานมาทางตนให้จัดส่งส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ไปให้ เพื่อทำตลาดแรกของปีโดยซื้อราคาสูงถึง กิโลกรัมละ 65 บาท พร้อมแพ็กลงกล่องให้ โดยตนได้ดำเนินการส่งไป เมื่อต้นอาทิตย์ที่ผ่านมาจำนวน 15,000 ผล หรือ 1 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยส่งผ่านช่องทางถนนสาย R.3a จากไทยผ่าน สปป.ลาว ไปยังชายแดนจีน คาดว่า หลังจากลอตแรกของปี จะมีออเดอร์อีกเป็นจำนวนมากตามมา โดยเฉพาะตลาดคุนหมิง เราประสานเรื่องรสชาติมากว่าสองปีแล้ว ในปีนี้เราได้ทำคุณภาพตามความต้องการของพ่อค้าที่ซื้อต้องการได้แล้ว

ส้มโอขาวใหญ่ มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ PUMELO, SHADDOCK-CITRUS MAXIMA (BURM.F.) MERR (C.GRANDIS (L.) OSBECK) อยู่ในวงศ์ RUTACREAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ยืนต้น สูง 5-10 เมตร กิ่งก้านมีขน มักมีหนามแหลม ใบประกอบมีใบย่อยใบเดียวออกเรียงสลับ รูปรีหรือรูปไข่กลับ ปลายแหลม โคนสอบ ท้องใบมีขนสั้น สีเขียวสด ดอก ออกเป็นช่อกระจายที่ซอกใบและปลายกิ่ง แต่ละช่อประกอบด้วยดอกย่อยหลายดอก กลีบดอกเป็นสีขาว มีกลิ่นหอมส้มโอขาวใหญ่

ส่วน ผลส้มโอ จะมีรูปทรงกลม ติดผลขนาดใหญ่และขนาดเล็กสองรูปแบบในต้นเดียวกัน ตามช่วงฤดูกาลที่กล่าวข้างต้น เนื้อผลหรือถุงน้ำรสชาติหวานอร่อยมาก แต่ละผลจะมีเมล็ดน้อย ขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง เสียบยอดและทาบกิ่งน้ำหนักของผลระหว่าง 2-3 กิโลกรัมต่อผล ชนิดนี้เปลือกผลจะหนา ถ้าติดผลในช่วงหน้าฝน ขนาดของผลจะเล็กลงกว่าชนิดแรกอย่างชัดเจน น้ำหนักเฉลี่ยระหว่าง 1.5-2 กิโลกรัมต่อผล แต่ชนิดผลเล็กเปลือกผลจะบางมาก.

ที่มา>>>Thairath

สูญร่วม 100 ล้าน! ชาวด่านซ้าย จ.เลย โร่แจ้งความถูกโกงแชร์ลอตเตอรี่

ชาวบ้าน 3 ตำบล อ.ด่านซ้าย จ.เลย รวมตัวเข้าแจ้งความที่ สภ.โคกงาม พร้อมร้องขอความเป็นธรรม นอภ. อ้าง ถูกหญิงสาวรายหนึ่งโกงแชร์ลอตเตอรี่ มูลค่าความเสียหายร่วม 100 ล้านบาท

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 เม.ย.59 ชาวบ้านในพื้นที่บ้านวังยาว บ้านกกสตรี บ้านปากแดง ต.วังยาว บ้านนาหิน ต.โพนสูง และ บ้านหินแลบ บ้านป่าม่วง ต.อีปุ่ม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ร่วมเล่นแชร์ลอตเตอรี่ในราคาลอตเตอรี่ที่ถูกกว่าที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจำหน่ายและให้สั่งจอง หลายสิบราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวบ้าน เกษตรกร ไม่มีอาชีพขายลอตเตอรี่ และข้าราชการครู เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน พ.ต.ท.บุญชู มีศรี สว.สส. สภ.โคกงาม ว่าถูกหลอก และไม่ได้ลอตเตอรี่ สูญเงินร่วม 100 ล้านบาท และเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ นายประยูร อรัญรุท นายอำเภอด่านซ้าย

จากการสอบถาม นายอัง กันยาประสิทธิ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167 หมู่ 7 บ้านนาหิน ต.โพนสูง อ.ด่านซ้าย จ.เลย อาชีพทำไร่ หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า หญิงสาวรายหนึ่ง น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 24 ปี ชาวบ้านโพนสว่าง ต.วังสาว อ.ด่านซ้าย เป็นผู้ชักชวนชาวบ้านให้มาลงทุนซื้อลอตเตอรี่ โดยบอกว่าได้ราคาต่ำกว่าสำนักงานสลากฯ อยู่ที่ราคาใบละ 67-68 บาท โดยราคาสำนักงานสลากฯ ต้นทุนอยู่ที่ 70.40 บาท ส่วนลอตเตอรี่ชุด 5 ใบ ขายอยู่ที่ 75-76.50 บาท ซึ่งราคาตลาดขายส่ง อ.วังสะพุง ชุด 5 ใบ อยู่ที่ 82-84 บาทชาวบ้าน อ.ด่านซ่้าย จ.เลย รวมตัวกันเข้าแจ้งความ ถูกโกงแชร์ลอตเตอรี่ วงเงินนับ100ล้าน!

นายอัง กล่าวต่อว่า เห็นว่าถ้าซื้อมาแล้วขายต่อจะได้กำไรงาม จึงนำเงินที่เก็บออม พร้อมชักชวนญาติพี่น้องมาร่วมลงทุน ตั้งแต่งวดแรกเดือน ม.ค. 59 ที่ผ่านมา รวมแล้ว 7 งวด ได้รับเงินมาดีตลอด จนมางวดปัจจุบัน ปรากฏว่า น.ส.บี ไม่มีลอตเตอรี่ให้ สอบถามก็บ่ายเบี่ยงว่าให้รอก่อน จนถึงวันนี้ยังไม่ได้ลอตเตอรี่สักใบ แถมเงินก็ไม่คืนให้ ต่อมาสอบถามเพื่อนบ้านต่างหมู่บ้าน ปรากฏว่ามีผู้เสียหายเบื้องต้นหลายสิบคน ความเสียหายร่วม 100 ล้านบาท จึงเข้าร้องเรียนต่อ นายอำเภอด่านซ้าย ศูนย์ดำรงธรรม อ.ด่านซ้าย และตำรวจ สภ.โคกงาม

ด้าน นายอำเภอด่านซ้าย เปิดเผยว่า รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นมีผู้เสียหายร่วม 20 คน วงเงินประมาณ 50 ล้านบาท แต่ยังไม่ทราบว่าชาวบ้านที่ร่วมซื้อลอตเตอรี่แต่ไม่เปิดเผยอีกเท่าไร ทั้งนี้ มีการรายงานให้ นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ทราบแล้ว ส่วนความคืบหน้าจะรายงานต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ต้นแบบชุมชนพึ่งตนเอง บ.ลิ่มทอง 11 ปีไม่มีแล้ง

ชุมชนเข้มแข็ง ชาวบ้านลิ่มทอง บุรีรัมย์ ไม่ง้อใคร รวมตัวทำแก้มลิง คลองดักน้ำ ผันน้ำท่วมมาใช้ในการเกษตร 10 กว่าปี ไม่เคยแล้ง แถมสร้างรายได้เพิ่มปีละ 5 เท่า

นางสนิท ทิพย์นางรอง สมาชิกสภาเกษตรกร แกนนำบริหารจัดการน้ำ บ.ลิ่มทอง ต.หนองโบสถ์ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เผยถึงการจัดการน้ำ จากเดิมประสบปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซากมากว่า 40 ปี พื้นที่การเกษตรกว่า 3,700 ไร่ ไม่ มีแหล่งน้ำ คลองส่งน้ำ ยามน้ำหลากก็ท่วมถนนใน หมู่บ้าน ยาม แล้งไม่มีน้ำใช้สอย ส่งผลชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมากแกนนำชาวบ้านจึงนำเรื่องนี้เข้าเวทีประชาคมหมู่บ้าน ช่วยกันวางแผนแก้ปัญหา เอาน้ำท่วมมาเก็บกักเป็นน้ำใช้ ด้วยเริ่มจากหาข้อมูลแหล่งน้ำเดิม สำรวจแหล่งน้ำและเส้นทางน้ำหลาก โดยใช้แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม เครื่องระบุพิกัด GPS โดยได้รับความเอื้อเฟื้อจากมูลนิธิอุทกศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) ปี 2549 จึงเริ่มขุดลอกคลองขนานกับถนนขุดคลองขวางดักน้ำหลากพร้อมกับขุดแก้มลิงในพื้นที่สาธารณประโยชน์ และชักชวนให้ชาวบ้านขุดสระเก็บกักน้ำในที่ดินส่วนตัว เพื่อผันน้ำที่ท่วมถนนทุกปีให้ไหลลงคลองส่งน้ำไปเก็บกักไว้ที่แก้มลิง เพื่อเกษตรกรจะได้ดึงน้ำเข้าสระส่วนตัวไปใช้ได้ยามต้องการนางสนิท เล่าต่ออีกว่า ต่อมาเมื่อน้ำหลากถนนนานเข้าก็เกิดปัญหาชำรุดทรุดโทรม ชุมชนจึงร่วมกันปรับปรุงโครงสร้างให้เป็นถนนน้ำเดิน ปรับความลาดเอียงจากริมถนนเข้าสู่ศูนย์กลางลักษณะรูปตัววี เสริมคัน จัดทำที่ระบายน้ำ รับน้ำ นำน้ำท่วมน้ำหลากส่งต่อไปยังทุ่งรับน้ำและแก้มลิง อีกส่วนส่งต่อไปยังบ่อเก็บน้ำส่วนรวมเนื้อที่ประมาณ 37 ไร่ ซึ่งเป็นสระสาธารณะใช้ร่วมกันทั้งชุมชน“สิบกว่าปีมานี่ ชาวบ้าน 2,221 ครัวเรือน ไม่เคยมีปัญหาเรื่องน้ำแล้งเลย จากพื้นที่รับประโยชน์ 3,700 ไร่ สามารถขยายผลสู่เครือข่ายทำงานร่วมกัน 42 หมู่บ้าน 5 ตำบล พื้นที่ 173,904 ไร่ มีคลองดักน้ำหลากและคลองซอย ระยะทางรวมกว่า 47.7 กม. มีสระน้ำแก้มลิง 61 สระ สระประจำไร่นาอีกกว่า 50 สระ ส่งผลให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มจากเดิมครัวเรือนละราว 40,000 บาทต่อปี กลายเป็นปีละกว่า 200,000 บาท” นางสนิท กล่าว.

ที่มา>>>Thairath