เผยทั่วทุกภาคยังมีฝนต่อเนื่อง กทม.-ปริมณฑลช่วงบ่ายเตรียมรับมือฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80

 เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ระบุว่า ทั่วทุกภาคของประเทศ เว้นแต่ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก นครนายก ปราจีนบุรี พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนัก กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไป

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมตอนกลางของประเทศไทย ทำให้ทั่วทุกภาคของประเทศยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกมีฝนในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย ภาคเหนือมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยนาท นครสวรรค์ สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา
ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

 กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางแห่งตั้งแต่บ่ายเป็นต้นไป อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด! น้ำท่วมกลางเมืองสองแคว ชายเฒ่าขี่จยย.ล้มจมน้ำดับ

สลด! ฝนตกหนักในตัวเมืองพิษณุโลก วัดปริมาณน้ำฝนได้ 99 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอการระบายน้ำตามถนนหลายสาย จึงเกิดอุบัติเหตุพ่อเฒ่าออกไปซื้อหมูที่ตลาด ขณะขี่จยย.กลับบ้านรถล้มกลางถนนจมน้ำเสียชีวิต…

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 59 ร.ต.อ.อนุวัฒน์ วัฒนกรการุณย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา บริเวณถนนวิสุทธิกษัตริย์ เขตเทศบาลนครพิษณุโลก จึงไปตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเมตซ์ สีแดง ทะเบียน ฌ 1233 พิษณุโลก ล้มอยู่กลางถนน ซึ่งมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 50 ซม. ส่วนคนขับขี่ที่เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ นายกมล ศรีเจริญจิตย์ อายุ 65 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลกฝนตกหนักในตัวเมืองพิษณุโลกทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนหลายสาย

จากการสอบสวนทราบว่า นายกมลออกจากบ้านพักไปซื้อกับข้าวและหมูที่ตลาดสดหน้าศาลปู่ดำ ระหว่างขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพัก เมื่อถึงจุดเกิดเหตุมีน้ำท่วมถนนอยู่ รถอาจเสียหลักหรือเครื่องยนต์ดับ ทำให้ล้มลง ร่างของนายกมลจึงจมน้ำ เพราะช่วยเหลือตนเองไม่ได้นานกว่า 15 นาที กว่าที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย ซึ่งได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 มาช่วยเหลือ แต่ไม่ทันการ จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งแผนกนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อให้แพทย์ชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี.

ที่มา>>>Thairath