วัดดังภูเก็ต นำหุ่นผีเปรตแสดงในวัด รับวันสารทเดือนสิบ หวังสอนเยาวชนทำความดี

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ก่อนงานวันสารทเดือนสิบของจังหวัดภูเก็ต ที่วัดขจรรังสรรค์ ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง ได้จัดเตรียมสถานที่รองรับผู้มาทำบุญ และมีการนำหุ่นจำลองเปรตขนาดใหญ่ มาวางภายในลานวัด เพื่อสอนเยาวชนให้ทำความดีเช่นทุกปีที่ผ่านมา201609301357266-20160211172134โดยปีนี้หุ่นเปรตดังกล่าวมีอยู่ 12 ตัว โดยเเต่ละตัวมีรูปลักษณ์ที่เเตกต่างกัน เช่นมีหัวเป็นสัตว์ ยืน-นั่งด้วยท่าทางที่โหยหวนชวนขนหัวลุก บางตัวถูกทรมาณด้วยอาวุธเเหลม เช่นง้าว มีดและตาเบ็ด ได้ความเจ็บปวดตามกรรมที่กระทำ201609301357265-20160211172134สำหรับตัวหุ่นเปรตแต่ละตัวโครงสร้างทำจากไม้ไผ่ ก่อนจะนำกระดาษมาแปะทับหลายชั้นและใช้สีเขียนลวดลาดต่างๆ มีทั้งเปรตที่เกิดจากผลกรรมของการเมาสุรายาเสพติด เปรตที่เกิดจากผลกรรมของการฆ่าตัวตายและฆ่าผู้อื่น เปรตที่เกิดจากการทำแท้ง เปรตหัวขาด เปรตหญิงสาวจากการค้าประเวณี เปรตที่เกิดจากการโกหก เป็นต้น201609301357262-20160211172134ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปีนี้ทางวัดจัดงานวันสารทเดือนสิบ ขึ้นในวันที่ 1 ต.ค. เริ่มตั้งเเต่ช่วงเช้าเวลา 07.30 น.จะมีการถวายผ้าป่าเเละข้าวสุก ก่อนจะประกอบพิธีวันสารทเดือน ทำบุญ ตักบาตร ไหว้พระ รับศีลและถวายสังฆทาน จากนั้นในเวลา 11.00 น.จะมีพิธีถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ และในเวลา 15.00 น. จะมีการแสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ เรื่องอานิสงส์งานบุญวันสารท ซึ่งเชื่อว่าจะมีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ที่มา>>>ข่าวสด

สลดใจ ลูกสาววัย 39 กับแม่วัย 75 กินยาตายทั้งคู่คาเก๋ง เผยโพสต์สุดท้ายเครียดแม่ป่วยอัมพฤกษ์

เหตุการณ์สลดใจดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 1 ก.ย. พ.ต.ต.ภูเบศ ทองเหี่ยง สว.ส.สภ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตภายในรถเก๋งยาริส ซึ่งจอดอยู่บริเวณศาลาเอนกประสงค์ ชุมชนหน้าสถานีรถไฟบ้านนาสาร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน กร 9836 สุราษฎร์ธานี จอดอยู่ โที่เบาะคู่หน้าพบผู้เสียชีวิต 2 รายนอนตายอยู่สภาพศพเริ่มขึ้นอืด ตรวจสอบพบว่าคือน.ส.อภิลภัฎฐ์ รักษายศ อายุ 39 ปี นอนตายตรงที่นั่งคนขับ ส่วนที่เบาะข้าง พบศพนางผึ้ง รักษายศ อายุ 75 ปี แม่ของน.ส.อภิลภัฎฐ์นอนหงายเสียชีวิต ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบบาดแผลการถูกทำร้าย เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน  พ.ต.ต.ภูเบศ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนญาติของผู้เสียชีวิตทั้งคู่ ทราบว่า ได้มีการแจ้งความคนหาย และประกาศตามหาทั้งคู่ไว้ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี โดยทั้งสองได้หายออกจากบ้านพักในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีไปตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งวันนี้ถึงมีผู้มาพบว่าทั้งคู่เป็นศพเสียชีวิตอยู่ภายในรถเก๋งของตัวเอง พ.ต.ต.ภูเบศกล่าวว่า สำหรับสาเหตุนั้นตำรวจสันนิษฐานว่า อาจจะมาจากน.ส.อภิลภัฎฐ์มีความเครียดเรื่องที่นางผึ้ง ผู้เป็นแม่ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์มานาน จึงพากันขับรถเก๋งออกมาจากบ้าน แล้วมาจอดในบริเวณที่เกิดเหตุ จากนั้นทั้งคู่อาจกินยาบางชนิดจนเกิดขนาด เพื่อหวังฆ่าตัวตาย เนื่องจากภายในรถพบถุงยาและซองยาหลายชนิด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะนำยาที่พบไปตรวจสอบ และนำศพส่งไปชันสูตรหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเฟซบุ๊คของน.ส.อภิลภัฎฐ์ ได้โพสต์เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นภาพนางผึ้งนั่งบนรถเข็น แล้วระบายความในใจว่า รู้สึกเหนื่อยล้า ระบุว่า “น่าสงสารจังนิ คนป่วยหาท่าหลับ (เมื่อคืนไม่ยอมนอน) เราคนเฝ้า..คิดดู..ได้หลับมั้ย? คือตอนนี้เพลียร่างอย่างแรงงงง”

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่ม ธ.ก.ส.หนองคาย เครียด ภรรยาตีตัวออกห่าง ใช้ปืนยิงหัว ก่อนฆ่าตัวตายตาม

 * หนุ่ม ธ.ก.ส.หนองคาย เครียด ภรรยาตีตัวออกห่าง ใช้ปืนยิงหัว ก่อนฆ่าตัวตายตาม *

ยิงตัวตาย

หนุ่ม ธ.ก.ส.หนองคาย เครียด ภรรยาตีตัวออกห่าง ดื่มเบียร์ก่อนปืนยิงหัวก่อนฆ่าตัวตายตามดับ 2 ศพ ทิ้งจดหมายขอให้จัดงานศพร่วมกัน

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2559 พ.ต.ท. กิตติธัช สีหาชัย รองผู้กำกับสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งเหตุคนเสียชีวิตด้วยอาวุธปืนที่บ้านเลขที่ 9/81 หมู่บ้านดอนแก้ววิลเลจ ม.9 ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นก่อนไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พล.ต.ต. สมชาย นุ่มโต ผบก.ภ.จังหวัดหนองคาย พ.ต.อ. อภิศักดิ์ กรองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแพทย์เวรจากโรงพยาบาลหนองคาย

ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตบนเตียงนอนในห้องนอน 2 ศพ ทราบชื่อ นายชวลิต รักบ้าน อายุ 32 ปี อยู่ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าบริเวณขมับขวาทะลุออกด้านซ้าย ใกล้กันพบศพ นางสาวสุคนธา ถาไชยรา อายุ 30 ปี อยู่ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าบริเวณท้ายทอยทะลุออกหน้าผาก และในที่เกิดเหตุยังพบอาวุธปืนขนาด .38 (รีวอลเวอร์) ตกอยู่ข้างศพ นายชวลิต ในรังเพลิงมีกระสุนบรรจุ 6 นัด (ยิงไปแล้ว 3 นัด) และยังพบจดหมายลาตายเขียนด้วยลายมือของ นายชวลิต โดยรายละเอียดของจดหมายเป็นการสั่งเสียบุคคลที่ นายชวลิต และตัดพ้อถึงปัญหาชีวิต ฝ่ายหญิงไม่ทำตามสัญญา พร้อมทั้งให้ช่วยจัดการงานศพด้วยกัน โดยภายในห้องยังพบเบียร์กระป๋องถูกกินแล้วหลายกระป๋อง

สอบ สวนทราบว่า นายชวลิต ทำงานอยู่ที่ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอรัตนวาปี ส่วน นางสาวสุคนธา ทำงานที่ ธ.ก.ส.สาขาอำเภอสังคม และได้มาซื้อบ้านในหมู่บ้านพักอาศัยอยู่ด้วยกัน ส่วนสาเหตุคาดว่า นายชวลิต อาจเกิดความหึงหวง นางสาวสุคนธา ที่พักหลังเริ่มตีตัวออกห่าง อาจทำให้คิดมากจนก่อเหตุสลดขึ้นในครั้งนี้

ด้านเพื่อนชายของผู้ตายฝ่ายชาย เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับฝ่ายชายตอนล่าสุด เวลา 17.00 น. เมื่อวันที่ 20 มีนาคม เพื่อชวนออกไปกินข้าว แต่พอเวลา 18.00 น. ได้ติดต่อมาอีก แต่ไม่รับสาย จึงคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ทว่าตอนเช้าได้โทรศัพท์มาอีก ไม่มีคนรับสาย จึงรีบมาดูที่บ้าน พบว่าเสียชีวิตแล้ว