5 อาหารตามสั่งยอดฮิต เสี่ยงโรคอันตรายโดยไม่รู้ตัว

5 อาหารตามสั่งยอดฮิต เสี่ยงโรคอันตรายโดยไม่รู้ตัว

เราต้องเป็นกันหลายคนแน่นอน ไม่ว่าคุณเป็นพนักงานบริษัท ข้าราชการ หรือแม้กระทั่งฟรีแลนซ์ คุณต้องเคยฝากท้องที่ร้านอาหารตามสั่งบ่อยๆ เพราะอาหารร้อน ได้เร็ว และตามใจชอบ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ได้ แต่บางร้านก็ทำอร่อยอยู่ไม่กี่เมนู เราก็เลยสั่งอาหารเหล่านั้นซ้ำ แล้วการทานซ้ำบ่อยๆ นี่แหละ ที่ทำร้ายสุขภาพของเราโดยไม่รู้ตัว จะมีเมนูไหนบ้างSanook! Health นำมาฝากค่ะ

1. กระเพราไข่ดาว

กระเพราไข่ดาวไม่ว่าคุณจะสั่งกระเพราไก่ กระเพราหมูสับ หมูชิ้น กระเพราเนื้อ กระเพรารวมมิตร หรือจะพิสดารอีกนิดด้วยแหนม หรือหมูยอ จริงๆ แล้วเป็นเมนูที่พลิกแพลงได้ตามใจเราหลากหลายสิบเมนู แต่ข้าวราดกระเพราสารพัดเนื้อสัตว์มีปริมาณแคลอรี่สูงมาก ยิ่งบางร้านใช้หมูติดมัน ไก่ติดหนัง ก็บวกแคลอรี่เพิ่มเข้าไปอีกครึ่งหนึ่งได้เลย บวกไข่ดาวไข่เจียวเข้าไปอีก 160 กิโลแคลอรี่ เบ็ดเสร็จก็ 700 แคลอรี่เข้าไปแล้ว ในหนึ่งวันเราไม่ควรทานเกิน 1,500-1,800 แคลอรี่ (ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของเรา) มื้อเดียวยังขนาดนี้ แล้วอีกสามมื้อจะไหวเหรอ? จริงไหม

2. ข้าวหน้าหมูแดง หมูกรอบ

ข้าวหมูแดง หมูกรอบจริงอยู่ที่ว่าหมูแดง หมูกรอบใส่อะไรก็อร่อย แต่หมูแดง หมูกรอบมีกรรมวิธีในการทำหลายขั้นตอน โดยเฉพาะหมูกรอบ ทั้งทอด ทั้งรมควัน แถมยังใช้หมูสามชั้นในการทำอีกด้วย ความอ้วนคูณสองเท่า นอกจากน้ำมันในกระทะ ยังมีน้ำมันหมูที่ออกมาจากหมูกรอบเพิ่มเข้าไปด้วย ยิ่งหมูกรอบที่โดนทอดในกระทะที่ใช้น้ำมันเดิมบ่อยๆ อาจก่อมะเร็งได้อีกด้วย และที่สำคัญที่สุด หมูแดง หมูกรอบต้องหมัก การหมักหมูอย่างเข้มข้นถึงใจ มีปริมาณโซเดียมสูงมาก ทานบ่อยๆ เสี่ยงโรคไตถามหาได้อีกต่างหาก ไหนจะซอสหวานๆ ที่ราดลงไปบนข้าวอีก เสี่ยงเบาหวานได้อีกนะ

3. ราดหน้าหมี่กรอบ

ราดหน้าเส้นหมี่เป็นแป้ง เอาไปทอดจนกรอบในน้ำมัน มันก็ต้องเพิ่มแคลอรี่อยู่แล้ว บวกกับแป้งมันในน้ำราดหน้าเข้าไปอีก มื้อนั้นคุณจะได้ทานแป้งและไขมันจำนวนมหาศาล โดยที่คุณไม่รู้ตัว หากคุณทานหมี่กรอบเป็นประจำ ถึงแม้คุณจะทานเมนูเดียวกันกับเพื่อน แต่คุณรับพลังงานมากกว่าเพื่อนแน่นอน เสี่ยงโรคอ้วน ไขมันอุดตันเส้นเลือด และอื่นๆ อีกด้วย

4. สุกี้

สุกี้

เห็นสุกี้มีแต่ผัก วุ้นเส้น บางครั้งเราเลือกทานสุกี้เพราะเราคิดว่านี่แหละ อาหารสุดเฮลธ์ตี้ ไม่มีพิษมีภัยแน่นอน ใช่ค่ะ ส่วนประกอบที่พูดไปเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ที่จะทำร้ายเราโดยไม่รู้ตัวคือน้ำจิ้มนี่แหละ ยิ่งใครที่ราดน้ำจิ้มเยอะๆ รสชาติเค็ม หวาน เปรี้ยว เผ็ด เข้มข้น โรคเบาหวานหรือโรคไตก็มีสิทธิ์ถามหาได้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุกี้แห้ง ไม่มีน้ำซุปมาช่วยเจือจาง หรือบางที่คนทำเค้าใส่ซอสมาให้แล้ว แต่เราก็เพิ่มน้ำจิ้มเข้าไปอีก เป็นการปรุงเพิ่มดยไม่จำเป็น (และเราก็ไม่รู้ตัวด้วย) แอบอันตรายจริงๆ

5. หมูกระเทียม

หมูทอดกระเทียมเมนูนี้ทุกคนคงเข้าใจดีว่ามันไม่ควรทานบ่อยๆ นอกจากสารอาหารจะไม่ครบแล้ว (เพราะไม่มีผักเลย นอกจากผักชี บางคนเขี่ยออกด้วยซ้ำ) ยังอุดมไปด้วยไขมันจากน้ำมัน บวกกระเทียมเจียว ยิ่งหากเลือกหมูมันๆ ด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่ หากทานแต่ข้าวราดหมูกระเที่ยม บวกไข่เจียวไข่ดาวเข้าไปอีก นอกจากปริมาณแคลอรี่มากมายที่ไม่น่าจะใช้หมด จนต้องเหลือไปกองรวมที่พุง ต้นแขน ต้นขาแล้ว ยังขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ขาดใยอาหารที่ช่วยใรเรื่องของการขับถ่าย เสี่ยงท้องผูก หรือริดสีดวงทวารได้อีกต่างหาก

ที่มา>>>Sanook

เจออีกเจ้า ก๋วยเตี๋ยวสุพรรณฯช่วยชาติ! หมู-ไก่ 10 บาทที่ตลาดค้าส่งอู่ยา

คนสุพรรณบุรีโชคดี มีก๋วยเตี๋ยวอร่อยราคาถูกให้กินเพิ่มอีกเจ้า จากก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีกตลาดพอเพียง กับก๋วยเตี๋ยวปลาคนจนกินฟรี ยังมีก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ-ไก่ตุ๋นที่ตลาดค้าส่งอู่ยา ราคา 10 บาทเท่ากัน ลูกค้ามีทุกระดับชั้น มี 20 บาทก็อิ่มได้…

ภายหลังจากไทยรัฐ ได้เสนอข่าวก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก 10 บาท ที่ตลาดพอเพียง ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.หลักเมืองถาวร และร้านก๋วยเตี๋ยวปลา เค สเตชั่นในตัวเมืองจ.สุพรรณบุรี ที่เปิดให้คนพิการ คนไม่มีเงิน กินฟรีจนเป็นข่าวโด่งดัง

ส่าสุดผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวไทยรัฐ สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งว่าที่ตลาดค้าส่งอู่ยา หมู่ 1 ต.ดอนกำยาน อ.เมืองสุพรรณบุรี มีร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นขายเพียงชามละ 10 บาท แถมให้เยอะและรสชาติอร่อย มีลูกค้าไปอุดหนุนจำนวนมาก จึงไปตรวจสอบพบร้านดังกล่าวเป็นของนางสมบูรณ์ พันธุระ อายุ 47 ปี โดยที่ปากทางเข้าร้านติดป้ายก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำไก่ตุ๋น 10 บาทชามละ 10 บาท อร่อยสวนสภาพเศรษฐกิจ

นางสมบูรณ์ เจ้าของร้านเผยว่า เปิดขายมาเกือบ 3 เดือนแล้ว ก่อนหน้านี้ตนเคยไปกินร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ฉีก 10 บาทที่ตลาดพอเพียง ก็เลยมาคิดว่าเขาขาย 10 บาท ทำไมเขามีกำไร จึงมาคิดลองทำดู ขายผ่านไปได้ไม่กี่วันปรากฏว่าขายดีมากจากปากต่อปากของลูกค้าที่บอกต่อกันไป และเมื่อมาบวกลบต้นทุนกำไรดูแล้วปรากฏว่ามีกำไรดีพอสมควร สามารถขายต่อไปได้ ก็เลยทำมาตลอดปัจจุบันขายได้อยู่ที่ประมาณวันละ 200-300 ชาม กำไรวันละ 400-500 บาท ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ถือว่าอยู่ได้สบาย เลยขายเรื่อยมา นอกจากนี้ ยังมีน้ำดื่มสะอาดให้ลูกค้าดื่มฟรีอีกด้วยถึงจะขาย 10 บาทต่อชาม แต่เน้นวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพใหม่สดทุกวัน ทั้งไก่ตุ๋น หมูสับ ลูกชิ้นหมู เลือดหมู

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว กล่าวด้วยว่า ตนเน้นวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพใหม่สดทุกวัน ทั้งไก่ตุ๋น หมูสับ ลูกชิ้นหมู เลือดหมู ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานก่อสร้าง พนักงานโรงงาน พ่อค้าแม่ค้าในตลาด รวมถึงข้าราชการ ชาวนา ชาวไร่ ผู้มีรายได้น้อย ก็จะมาเป็นลูกค้าประจำ ถ้าเป็นวันธรรมดาลูกค้าจะเยอะช่วงพักเที่ยง ส่วนวันหยุดจะทยอยกันมาตลอดทั้งวัน มีทั้งมากินที่ร้านและสั่งใส่ถุงกลับบ้านซึ่งก็ราคาเท่ากันคือ 10 บาท และยืนยันว่าจะขายราคานี้ตลอดไปเพื่อให้คนทุกระดับชั้นได้กินของดีราคาถูกปริมาณพอดีรสชาติอร่อยมีเงิน 20 บาทกิน 2 ชามรับรองอิ่ม และอร่อยอย่างแน่นอน.ลูกค้าที่มากิน ยกนิ้วให้ในความถูกอร่อย

ที่มา>>>Thairath