องอาจ บี้ กรธ. คืนสิทธิเรียนฟรี 12 ปี ให้เด็กไทย

องอาจ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บี้ กรธ. คืนสิทธิเรียนฟรีเด็กไทย 12 ปี กระตุกรัฐต้องให้ความสำคัญกับเด็กแรกเกิด-ก่อนวัยเรียน…

วันที่ 14 มี.ค. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ กรธ.ก่อนส่งรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ ในวันที่ 29 มี.ค. 2559 เพื่อให้ประชาชนลงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับ ว่า ยังมีเรื่องสำคัญอีกหลายเรื่องที่เคยนำเสนอให้ กรธ.พิจารณาปรับแก้ แต่ยังเงียบอยู่ คือเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กไทย ที่ กรธ. ไปลดสิทธิของเด็กไทยที่จะได้เรียนฟรี 12 ปี อย่างมีคุณภาพ ลงเป็นเหลือแค่ 9 ปี ในมาตรา 50 ของร่างรัฐธรรมนูญนี้ว่า “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย”

ขณะที่ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 บัญญัติส่วนที่ 8 สิทธิ และเสรีภาพในการศึกษา มาตรา 49 ว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการได้รับการศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปี ที่รัฐจะต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” จึงขอเรียกร้องให้ กรธ.คืนสิทธิของเด็กไทยที่เคยได้เรียนฟรี 12 ปี เหมือนเดิม

นายองอาจ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนขอเสนอให้ กรธ.ให้ความสำคัญกับการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ให้รัฐมีบทบาทสำคัญในการดูแลเด็กก่อนวัยเรียน และเด็กแรกเกิด ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญของพัฒนาการของเด็กให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ ทั้งร่างกาย และสติปัญญา รวมทั้งพัฒนาการทางสมองของเด็ก เมื่อเด็กเติบโตเป็นวัยรุ่นจะไม่ก่อปัญหาให้กับสังคม และเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพช่วยสร้างสรรค์ประเทศชาติบ้านเมืองให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ถ้ารัฐไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิด และเด็กก่อนวัยเรียนจริงจัง รัฐจะสูญเสียพลังสร้างสรรค์สังคม และต้องเสียเงินงบประมาณมากมายกับการแก้ไขปัญหาสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เราไม่ช่วยกันพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพเท่าที่ควรตั้งแต่แรกเกิด ขอให้ กรธ.ให้ความสนใจเรื่องสิทธิของเด็กแรกเกิด และเด็กก่อนวัยเรียนอย่างจริงจังด้วย

ที่มา>>>sanook

ตื่นตา ! มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก ผลัดใบเป็นสีทอง

 * ตื่นตา ! มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก ผลัดใบเป็นสีทอง *

มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก1

มหาโพธิ์สามเส้า เมืองพิษณุโลก

ประชาชนตื่นตา ! มหาโพธิ์สามเส้า อายุกว่า 600 ปี หลังวิหารหลวงพ่อเหลือวัดใหญ่ จ.พิษณุโลก ผลัดใบเป็นสีทอง

วันที่ 11 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้วยสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ต้นมหาโพธิ์ หรือที่เรียกกันว่า “มหาโพธิ์สามเส้า” หลังวิหารหลวงพ่อเหลือ หน้าวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราชวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผลัดใบเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยขณะนี้ใบโพธิ์เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามเกือบหมดทั้งต้น ดูสวยงามแปลกตา ทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชม หรือผู้ที่มากราบสักการะองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช ต่างพากันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

สำหรับที่มาของต้นมหาโพธิ์สามเส้า เมื่อปี 1900 พระยาลิไท ได้รับสั่งให้ช่างนำเศษทองสัมฤทธิ์ที่เหลือจากการสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา มารวมกันหล่อพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดเล็ก เรียกว่า พระเหลือ และพระสาวกยืน อีก 2 องค์ ส่วนอิฐที่ก่อเตาสำหรับหลอมทองได้นำมารวมกันบนฐานชุกชี พร้อมกับปลูกต้นมหาโพธิ์ 3 ต้น บนชุกชี เรียกว่า โพธิ์สามเส้า ระหว่างต้นโพธิ์ได้สร้างวิหารน้อยขึ้นหนึ่งหลัง อัญเชิญพระเหลือ กับพระสาวกไปประดิษฐาน เรียกว่า วิหารพระเหลือ รวมอายุต้นโพธิ์และวิหารพระเหลือดังกล่าว คือ 659 ปี

ข้อมูลจาก สำนักข่าว INN

มือฆ่าสาวการท่า อรพรรณ บุญกล่อม สารภาพทั้งน้ำตา แค้นถูกสวมเขา

 * มือฆ่าสาวการท่า อรพรรณ บุญกล่อม สารภาพทั้งน้ำตา แค้นถูกสวมเขา *

อรพรรณ บุญกล่อม

อรพรรณ บุญกล่อม

ผู้ต้องหาฆ่าโหดสาวการท่าฯ สารภาพลงมือสังหารแฟนสาวที่คบหามา 6 ปี เพราะถูกนอกใจ แถมพูดจาเสียดสี..เป็นยังไงล่ะ โง่มานานแล้วนี่

จากกรณีเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวถูกฆาตกรรมหมกพงหญ้า บริเวณ ต.หนองปลาไหล และจากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นางสาวอรพรรณ บุญกล่อม อายุ 28 ปี พนักงานท่าอากาศยานดอนเมือง ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถจับกุม นายธนัฐพงศ์ กุลรักษา เจ้าหน้าที่คาร์โก้สายการบินแห่งหนึ่ง แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้

โดยนายธนัฐพงศ์ กุลรักษา ผู้ต้องหาในคดี ให้การทั้งน้ำตาว่า ตนและแฟนสาวคบหาเป็นแฟนกันมา 6 ปี และมีการวางแผนแต่งงานในเร็ว ๆ นี้ กระทั่งในวันที่ 5 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ตนได้รับแฟนสาวไปกินข้าวและดูหนัง จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. ขณะขับรถเตรียมไปส่งแฟนสาวที่บ้านพักย่านถนนสรงประภา เกิดมีปากเสียงกัน เนื่องจากตนจับได้ว่าแฟนสาวคบกับผู้ชายคนอื่นอยู่ ประกอบกับแฟนของผู้ชายที่คบแฟนสาวตนเองได้ส่งภาพตอนที่ทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกันมาให้ตน เมื่อตนนำภาพดังกล่าวให้แฟนสาวดูก็ถูกแฟนสาวต่อว่าด้วยถ้อยคำเสียดสีรุนแรง โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “เป็นยังไงล่ะ โง่มานานแล้วนี่” ทำให้ตนบันดาลโทสะ ใช้มีดพกที่พกติดตัวเป็นประจำแทงแฟนสาวจนเสียชีวิต หลังจากนั้นตนได้ขับรถนำร่างแฟนสาวไปทิ้งบริเวณป่าข้างทางในพื้นที่ จ.สระบุรี และเมื่อกลับถึงห้องพักตนก็ได้นำเอกสารของแฟนสาวไปเผาทิ้งเพื่อทำลายหลักฐาน รวมถึงนำพรมรองเท้าที่เปื้อนเลือดในรถไปซัก

อ่านเพิ่มเติม มือฆ่าสาวการท่า อรพรรณ บุญกล่อม สารภาพทั้งน้ำตา แค้นถูกสวมเขา

แรง!! “ไฮโซม่านฟ้า” ใส่ชุดดำแถลง กรวดน้ำสตรอเบอร์รี่ ส่งถึง “น้ำเพชร”

ม่านฟ้า

เป็นศึกเกาเหลารสแซ่บ ที่แซ่บเวอร์… สมชื่อจริงๆ สำหรับคดีดราม่าระหว่าง 2 สาวสวย“ไฮโซม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา” และ “น้ำเพชร สุณัณณิการ์ กฤษณสุวรรณ” เพราะล่าสุดทางด้านของสาวม่านฟ้าได้ทำการร่อนจดหมายเชิญสื่อมวลชน เพื่อร่วมฟังการแถลงข่าวแสดงหลักฐานข้อเท็จจริง กรณีที่เจ้าตัวถูกอดีตนางงามรุ่นน้องเข้าแจ้งความในคดีทำร้ายร่างกาย ในห้องน้ำร้านอาหารย่านทองหล่อ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2558 และเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินถึง 10 ล้านบาท!!!!

ซึ่งงานนี้นอกจากไฮโซสาวคนดัง “ม่านฟ้า อรปภัตร” จะออกมายันด้วยหลักฐาน และแฉกลับคู่กรณีแบบจัดหนักแล้วนั้น เจ้าตัวก็ยังตั้งโต๊ะกรวดน้ำสตรอเบอร์รี่ชุดใหญ่ ส่งตรงถึงอดีตนางงาม พร้อมย้ำตอนนี้อโหสิกรรมแล้ว แต่ถ้ายังไม่หยุดได้เจอดีกันแน่…

ม่านฟ้า2

“จากเหตุการณ์ที่บอกว่าม่านมีปัญหากับน้องนางงามท่านหนึ่ง และทำให้ม่านเสียหาย คนมองว่าม่านเป็นพวกที่ชอบใช้ความรุนแรง รวมถึงโดนโจมตีหนักมากจากคนไม่ประสงค์ดี ทั้งๆ ที่ม่านไม่ได้ทำอะไรเลย ซึ่งในวันนี้เรื่องคดีความต่างๆ ก็ได้จบสิ้นลงแล้ว และตัวม่านเองก็มีหลักฐานชิ้นเด็ด ที่จะใช้มัดตัวนางงามเด็กเลี้ยงแกะคนนี้ และจะมาแถลงกับพี่ๆ สื่อมวลชนเพื่อให้ทุกคนเข้าใจความจริงตรงกัน”ม่านฟ้า1

“เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน โดยนางงามรุ่นน้องแจ้งความกับตำรวจที่สถานีทองหล่อ ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ และกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งเอกสารที่ม่านนำมาในวันนี้เป็นหลักฐานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่น้องได้แจ้งความเอาไว้ รวมถึงจากคลิปที่น้องเคยให้สัมภาษณ์ น้องระบุว่าโดนม่านฟ้าตบ 20 ครั้ง และโดนเลขาตบอีก 20 ครั้ง รวมแล้ว 40 ครั้ง แต่จากใบตรวจร่างกายของโรงพยาบาล ผลยืนยันว่าไม่มีรอยฟกช้ำดำเขียวแม้แต่รอยแมวข่วนก็ไม่มี ดังนั้นแสดงว่าน้องตบกับใครคะ น้องโกหกเหรอคะ”

“อีกอย่างการที่น้องบอกว่าน้องโดนตบถึง 40 ครั้ง ทำไมรอยฟกช้ำที่น้องนำมาออกสื่อมันดูน้อยไป แต่เดี๋ยวก่อน เราไปสืบหลักฐานมาจนในที่สุดก็ได้รู้ว่า ก่อนหน้านี้น้องเคยไปฉีดเมโสแฟตมาก่อน ซึ่งถ้าคนที่เคยฉีดจะรู้ว่าการฉีดแบบนี้ วันที่ 1-2 จะไม่มีรอยช้ำ แต่รอยช้ำจะมาเกิดในวันที่ 3 ซึ่งมันก็เป็นวันนั้นพอดิบพอดีเป๊ะ”

ม่านฟ้า3

“รวมถึงน้องบอกถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว ล็อคประตู ดันประตู ไม่ให้ใครเข้าออก แต่เรามีหลักฐานเป็นรูปประตูที่ไปตรวจสอบมา ประตูของร้านอาหารร้านนี้มันเป็นประตูแบบผลัก ไม่สามารถล็อคประตูได้ หรือถ้าจะล็อคก็ต้องล็อคจากด้านนอกอย่างเดียว อีกอย่างถ้าเราล็อคจริง น้องจะคุยกับฝรั่งตามที่ให้สัมภาษณ์ได้อย่างไร”

“นอกจากนี้ยังมีเอกสารเรียกร้องเงินที่เขียนโดยรายมือชื่อของน้องนางงามท่านนี้ ขาดแค่ลายเซ็นเท่านั้นเอง โดยเนื้อหาระบุว่า 1. ให้คู่กรณียอมรับความผิดที่ได้ก่อไว้ทั้งหมด 2. เรียกค่าทำขวัญเป็นเงิน 10 ล้านบาท 3. ขอโทษผ่านสื่อโดยต้องมีสื่อมาร่วมทำข่าวไม่ต่ำกว่า 50 สื่อ และสุดท้ายข้อที่ 4. ให้ม่านโพสต์อินสตาแกรม เฟซบุ๊คเพื่อขอโทษถึงข้อรับผิดทุกประการ”

ม่านฟ้า5

“ซึ่งทุกข้อที่น้องไล่มาพี่ไม่ขออะไรมาก ขอแค่ให้น้องทำตามทุกข้อที่น้องขอพี่มา แต่ยกเว้นข้อ 2 ไว้ละกัน พี่ไม่ขอรับ ส่วนข้ออื่นช่วยทำตามที่ขอด้วย”

“ในวันนี้ม่านเองก็ตั้งใจไว้ด้วยว่าจะทำการกรวดน้ำถึงน้องนางงามท่านนี้ และน้ำที่นำมาใช้ก็เป็นน้ำสตอเบอร์ลี่ เพราะคนแบบนี้กรวดน้ำเปล่าคงไม่ถึง ส่วนบทสวดที่ใช้ก็คงไม่ต้องสวดบทปกติ คนไม่ปกติเราสวดบทอื่นให้เขาดีกว่า”

ม่านฟ้า4

สำหรับคดีความตอนนี้จบแล้ว ?
“จบเรียบร้อยแล้วค่ะ ความจริงก็คือน้ำเพชรมาบีบแขนม่าน และผู้ช่วยเห็นเหตุการณ์ก็เลยเอามือปัดลงเท่านั้นเอง ส่วนเอกสารที่ไม่มีลายเซ็นของน้องเขา ทุกคนสามารถตามไปเช็คลายมือได้เลยนะคะ เพราะน้องเขียนต่อหน้าตำรวจค่ะ ชัดเจนมาก ลายมือเขาน่าจะพิสูจน์ได้ไม่ยาก”

เขาติดต่อมาขอโทษบ้างไหม ?
“เคลียร์กันวันสุดท้ายคือวันเสียค่าปรับคนละ 500 บาทค่ะ และน้องเขาก็ขอโทษขอขมาแล้ว แต่เขาทำให้เราเสียหายผ่านสื่อ เขาก็น่าจะมีสำนึกในการขอโทษผ่านสื่อบ้าง”

มีกำหนดการขอโทษให้เขาบ้างไหมว่าต้องเมื่อไหร่ ?
“ไม่ควรเกิน 1 อาทิตย์ค่ะ ม่านขี้เกียจรอ และถ้าเขาไม่ขอโทษก็จะได้รู้นิสัยเขาค่ะ”

จะฟ้องกลับเขาหรือเปล่า ?
“ฟ้องกลับคนอย่างนี้ไปไม่มีประโยชน์ค่ะ ม่านอโหสิกรรมและก็กรวดน้ำให้เขาแล้ว ม่านไม่ได้ว่างมากที่จะรบกับเด็กแบบนี้ แต่…ถ้าเขายังไม่ขอโทษก็อาจจะไม่แน่นะ ม่านอาจจะฟ้องต่อ เพราะเขาไม่ยอมจบสักที”

ในส่วนที่เขาแจ้งความเท็จเราจะเอาเรื่องไหม ?
“ม่านขอแค่น้องทำตามที่น้องเสนอมาก็พอแล้วค่ะ เพราะเรื่องนี้ทางตำรวจยกให้เป็นการตัดสินใจของม่านเลยว่ารู้สึกม่านเสียหายมากหรือเปล่า”

เขาบอกไหมทำไมถึงทำแบบนี้ ?
“ไม่บอกค่ะและตัวม่านเองก็ไม่ได้ถามด้วย เพราะหลักฐานที่ม่านรวบรวมมามัดเขาแน่นมากจริงๆ”

มีอะไรอยากจะบอกเขาบ้าง ?
“รีบมาขอโทษเร็วๆ นะคะ ม่านอยากให้สื่อเห็นว่าเขาทำผิดและเขายอมรับผิดแล้ว จะได้ไม่เดือดร้อน เดี๋ยวจะเหนื่อยอีก”

ที่มา>>>sanook new

แฟนคลับฮือฮา บอดี้การ์ดของ น้องมะลิ หล่อบาดใจมาก

บอ1

แฟนคลับฮือฮา บอดี้การ์ดหนุ่มของ น้องมะลิ หล่อมาก ปรากฏกายเกือบทุกงานจนอยากรู้จัก

เป็นภาพที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์เป็นอย่างมากสำหรับภาพบอดี้การ์ดหนุ่มของ น้องมะลิ พาขวัญ สหวงษ์  ที่ไม่ว่าจะออกงานไหนนอกจากจะเห็น “แม่โบว์” และ “อาน้ำอ้อย” แล้ว แฟนคลับยังได้เห็นหนุ่มน้อยที่คอยติดตาม น้องมะลิ เรียกว่าช่วยดูแลทั้งคู่ระหว่างออกงานจนหลายคนเริ่มชินตาและฮือฮาในความหล่อ

จากข้อมูลของชาวเน็ตได้สืบค้นข้อมูลมาได้จากอินสตาแกรม หนุ่มน้อยยคนนี้ชื่อว่า“เบอร์ดี้” ใช้ชื่อในอินสตาแกรมว่า @birdypvp มีภาพของ “เบอร์ดี้” ถ่ายคู่กับ “น้องมะลิ” หลายเหตุการณ์ด้วยกัน

บอ2

ซึ่งแต่ละภาพนั้นดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก และเมื่อย้อนไปวันที่ที่ พี่ปอ ทฤษฎี เสียชีวิต หนุ่มเบอร์ดี้ได้โพสต์ข้อความไว้ว่า “ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เรารู้จักกัน หลายปีมานี่พี่เป็นแบบอย่างที่ดีกับผมและทุกๆคนเสมอมา หลับให้สบายนะะพี่ คอยดูแลน้องมะลิและพี่โบว์จากข้างบนด้วยน้า ผมจะจดจำพี่ตลอดไป”

บอ3

“นี่คงเป็นอย่างสุดท้ายที่ผมจะมอบมันให้กับพี่แล้วหล่ะ ถึงชาตินี้ผมจะไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกับพี่อย่างจริงจัง แต่ทุกงานที่ผมไปกับพี่ ทุกสิ่งที่พี่เคยสอน ที่พี่บอกว่าอย่าเพิ่งท้อ เดียวเวลาของเอ็งก็มาถึง ตอนนี้ชิมรางไปก่อน ดูพี่เป็นตัวอย่าง แล้วเก็บเป็นประสบการณ์ เดี๋ยวก็ถึงเวลาที่เอ็งต้องทำ ทุกคำที่พูด ผมจำ และทุกสิ่งที่พี่ทำ ผมสัญญาว่าผมจะทำตามให้ดีที่สุด พี่เป็นไอดอลผมนะ ถึงเวลาจะผ่านมาแค่ไม่กี่ปี ผมจะจดจำพี่ไว้ในใจตลอดไป”

คาดว่า หนุ่มเบอร์ดี้ กำลังจะเดินตามรอยพี่ปอเข้าวงการบันเทิงเป็นแน่  อีกหนึ่งคนคือหนุ่มเอก คงต้องต้องติดตามและให้กำลังใจทั้งคู่ค่ะ

ที่มา>>>sanook new

เรียกเจ้าอาวาสคดีข่มขืนสอบปากคำ-เจ้าคณะบอก บวช 30 ปีไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง

 * เรียกเจ้าอาวาสคดีข่มขืนสอบปากคำ-เจ้าคณะบอก บวช 30 ปีไม่เคยมีเรื่องผู้หญิง *

เจ้าอาวาสคดีข่มขืน

เรียกเจ้าอาวาสคดีข่มขืนสอบปากคำ เบื้องต้นปฏิเสธข้อกล่าวหา ระบุโดนใส่ร้ายจากถูกตรวจสอบทรัพย์สิน ด้านเจ้าคณะ ให้ความยุติธรรมเต็มที่ เปิดข้อมูลเป็นพระปฏิบัติ ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงกว่า 30 ปี

จากกรณีที่มีสาวเจ้าหน้าที่พัสดุโรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้ามาแจ้งความเอาผิดเจ้าอาวาสวัดดัง เนื่องจากถูกข่มขืนรวม 5 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2557-2558 เนื่องจากกลัวโดนไล่ออก รวมถึงมีครูโรงเรียนวัดดังกล่าว เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมว่าเป็นเหยื่อเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าอาวาสคนดังกล่าวได้ปฏิเสธเรื่องดังกล่าว พร้อมกับระบุว่า สาเหตุที่โดนแจ้งความ เพราะมีความขัดแย้งคู่กรณีที่ถูกตรวจสอบรายการทรัพย์สินของโรงเรียน

ต่อมาวันที่ 11 มีนาคม 2559 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประทาย จ.นคราชสีมา ได้เชิญเจ้าอาวาสมารับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำ ซึ่งก็ได้มีการปฏิเสธข้อกล่าวหา เพราะโดนใส่ร้ายจากปมตรวจสอบทรัพย์สินของโรงเรียน

ด้านพระครูสุธรรมานุรักษ์ เจ้าคณะ อ.ประทาย เปิดเผยว่า ได้ติดตามกรณีนี้ตลอด และตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์จะรู้ผล ถ้าหากมีความผิดจริง ก็จะถูกเอาผิดทางวินัยโดยให้ลาสิกขาตามระเบียบทันที ส่วนความผิดทางอาญา เป็นไปตามหลักฐานของตำรวจ แต่สุดท้าย จะให้ความยุติธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนตัวนั้น ทราบว่า พฤติกรรมเจ้าอาวาสคนนี้เป็นพระปฏิบัติกว่า 30 ปี ไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสียเกี่ยวกับผู้หญิง
ภาพจาก ทวิตเตอร์ @tnamcot

พ่อค้าน่าน ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท สวนกระแสยุคข้าวยากหมากแพง

 * พ่อค้าน่าน ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท สวนกระแสยุคข้าวยากหมากแพง *

แกงถุง 10 บาท น่าน

แกงถุง 10 บาท น่าน

พ่อค้าน่านใจดี ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท สวนกระแสยุคข้าวยากหมากแพง รับประกันถูก อร่อย สะอาด เผยอยากจะช่วยคนรายได้น้อยและมีความสุขที่ได้ทำ

เรียกได้ว่าสวนกระแสข้าวยากหมากแพงจริง ๆ สำหรับพ่อค้าใจดีคนนี้ ที่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่ วัตถุดิบจะแพงขนาดไหน แต่ก็ขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท อย่างนี้มานานถึง 6 ปีแล้ว โดยรายงานระบุเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ว่า พ่อค้ารายนี้ชื่อ นายสมหวัง เหล่าหล่าย อายุ 44 ปี ขายข้าวแกงอยู่ที่บ้านมหาโพธิ์ ถ.มหายศ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ซึ่งขายข้าวแกงถุงละ 10 บาท และสาเหตุที่ไม่ปรับราคาก็เพราะเห็นใจลูกค้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาและเป็นคนทำงานมีรายได้จำกัด จึงอยากจะเป็นทางเลือกในการช่วยแบ่งค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ส่วนอาหารก็ทำขึ้นเองหมดเลย และขายที่หน้าบ้าน จึงไม่มีต้นทุนค่าเช่า

นายสมหวัง เล่าต่อว่า สำหรับกับข้าวนั้น ทำวันละ 10 อย่าง ก็มีทั้งต้ม ผัด แกง ทอด หมุนเวียนเมนูกันไป เริ่มขายตั้งแต่บ่าย 2 ถึง 6 โมงเย็น ซึ่งลูกค้านอกจากจะเป็นนักศึกษาและคนรายได้จำกัดแล้ว คนขับรถเก๋งมาซื้อบ้างก็มี เพราะข้าวแกงของเราไม่ใช่ราคาถูกอย่างเดียว แต่เน้นคุณภาพ รสชาติ ความสะอาดด้วย ถึงตนจะได้กำไรน้อยแต่ก็พอใจและมีความสุขที่ลูกค้าซื้ออาหารของเราทาน นอกจากนี้ตั้งใจว่าจะขายราคาถุงละ 10 บาทไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะทำข้าวแกงขายไม่ไหว

ภาพและข้อมูลจาก
workpointtv.com

พรุ่งนี้! ปตท.-บางจาก ขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด 60 สต. เว้น E85 ขยับ 40 สต.

ปตท.-บางจาก

ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 60 สตางค์/ลิตร เว้น E85 ขึ้น 40 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ (12 มี.ค.) เวลา ตี 5…

วันที่ 11 มี.ค. 59 บมจ.ปตท.และบมจ.บางจากปิโตรเลียม ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด 60 สตางค์/ลิตร เว้น E85 เพิ่มขึ้น 40 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ (12 มี.ค. 59) เวลา 05.00 น.

สำหรับราคาใหม่เป็นดังนี้ เบนซิน 95 ราคา 30.76 บาท/ลิตร ,แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 23.80 บาท/ลิตร,แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 23.38 บาท/ลิตร , E20 ราคา 21.24 บาท/ลิตร , E85 ราคา 17.99 บาท/ลิตร และดีเซล ราคา 22.29 บาท/ลิตร ทั้งนี้ ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด.

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

ไม่ใช่หมอก แต่มันคือฝุ่น! คนเมืองเลยโวย ขุดถนนทำเดือดร้อน

ถนน3

คนเมืองเลยหลายชุมชุน กำลังเดือดร้อนจากฝุ่นละอองที่เกิดจากการสร้างถนนโวยผู้รับเหมาไม่ใส่ใจดูแล ขอให้ฉีดน้ำบนถนนก็ไม่ให้ความร่วมมือ จนหลายคนป่วยโรคทางเดินหายใจ บ้านเต็มไปด้วยฝุ่นจนแทบจะอยู่กันไม่ได้…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 59 ที่ตลาดสดชุมชนหนองผักก้าม เขตเทศบาลเมืองเลย อ.เมือง จ.เลย มีชาวบ้านกว่า 30 คน ที่อาศัยอยู่ริมถนนสายเลย-เชียงคาน ขาเข้า ตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำไปถึงยูเทิร์นบริษัท เสริมสุข ระยะทาง 2 กม. ได้รับความเดือดร้อนจากผู้รับเหมาก่อสร้างทาง ไม่ใส่ใจต่อมลพิษฝุ่นละออง ทำให้สภาพบ้านเรือน รวมถึงเสื้อผ้าที่ตากไว้ ถังเก็บกักน้ำไว้ใช้เต็มไปด้วยฝุ่น จนแทบจะอาศัยอยู่กันไม่ได้

ถนนเลย1

ทั้งนี้ พ.ท.คำผล ติวเฮือง ประธานคุ้มมะขามหวาน นายอุทัย แก้ววงษ์ษา ประธานคุ้มโรงเรียนมหาไถ่ ผศ.แสวง สาระสิทธิ์ รก.ประธานคุ้มตลาดหนองผักก้าม น.ส.อมรรัตน์ แย้มพุ่ม ประธานคุ้มโรงเรียนเทศบาล 5 ได้ทำหนังสือร้องเรียนสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว

พ.ท.คำผล ติวเฮือง ประธานคุ้มมะขามหวาน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า บริเวณชุมชนหนองผักก้าม ปัจจุบันมีการขุดถนน รื้อออก เพื่อทำใหม่ ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. 59 มีการเปิดขุดผิวถนนหน้าลาดยางออก ทำให้เกิดฝุ่นละอองกระจายไปทั่ว ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.59 เป็นต้นมา ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็ก คนชรา และผู้ป่วย ทางชุมชนได้แจ้งให้ผู้รับเหมาช่วยฉีดน้ำบนถนนเพื่อช่วยบรรเทา แต่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร จนทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองตลอดทั้งวัน

“ชาวบ้านทั้ง 4 คุ้ม มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เป็นโรคทางเดินหายใจ หายใจไม่สะดวก รวมถึงโรคเครียด บ้านเรือนสกปรก การดำเนินชีวิตไม่เป็นปกติ ทางชุมชนได้ขอร้องเรียนผ่านทางสื่อมวลชน ให้ผู้ที่มีอำนาจลงไปดูแลบริษัทผู้รับเหมา ที่ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน ” พ.ท.คำผล ติวเฮือง ประธานคุ้มมะขามหวาน กล่าว

ถนนเลย2

ขณะที่นายเจริญ แสงอรุณ รองผู้อำนวยการ (ฝ่ายปฏิบัติการ) แขวงการทางเลย ผู้ดำเนินโครงการดังกล่าว ได้กล่าวชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า ประเด็นแรกกรณีที่ชาวบ้านสงสัยว่าสภาพถนนดีอยู่แล้ว ทำไมต้องรื้อสร้างใหม่ สาเหตุเพราะถนนระยะทาง 2 กิโลเมตร อายุการใช้งานกว่า 3 ปีแล้ว จึงต้องมีการปรับปรุงซ่อมแซมใหม่ตามผังของแขวงการทาง และยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ส่วนประเด็นเรื่องผู้รับเหมานั้น ทางแขวงการทางเลย ได้ประสานติดต่อไปยังผู้รับเหมา ให้ฉีดน้ำตลอดเวลาเพื่อป้องกันฝุ่นละออง แต่เมื่อชาวบ้านยืนยันว่าได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างถนน ทางแขวงฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะรีบดำเนินการให้ผู้รับเหมาแก้ไขโดยด่วนต่อไป.ถนนเลย4

ที่มา>>>ไทยรัฐออนไลน์

รถประจำตำแหน่งทูตออสเตรเลีย พลิกคว่ำที่เพชรบุรี เจ็บ 3 เร่งส่ง รพ. ด่วน

 * รถประจำตำแหน่งทูตออสเตรเลีย พลิกคว่ำที่เพชรบุรี เจ็บ 3 เร่งส่ง รพ. ด่วน *

รถประจำตำแหน่งทูตออสเตรเลีย

เกิดอุบัติเหตุรถประจำตำแหน่งทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย คว่ำ จ.เพชรบุรี ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เจ้าหน้าที่นำตัวส่ง โรงพยาบาลแล้ว

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2559 ได้รับแจ้งอุบัติเหตุ บริเวณถนนเพชรเกษม ขาเข้า ใกล้เขาทะโมน หน้าร้านของฝากแม่กิมไล้ รถมิตซูบิชิ แกรนด์ดิส สีบรอนซ์เงินของสถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย หมายเลขทะเบียน ท 0002 พลิกคว่ำ บริเวณเกาะกลางถนน สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ยางล้อหน้าแตกทั้ง 2 ข้าง

มีผู้บาดเจ็บจำนวน 3 ราย คือ คนขับรถ นายอดุลย์ อาจหาญ อายุ 57 ปี, น.ส.คริสเตียน โรเบิลลียาร์ด อายุ 20 ปี บุตรสาว นายพอล โรเบิลลียาร์ด (H.E. Mr.Paul Robilliard) เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลที่ขาขวาลึกประมาณ 5 เซนติเมตร มีรอยถลอกบริเวณลำตัว และ นายธนพล มะโนรมณ์ อายุ 21 ปี เพื่อนสนิทคอเคล็ด จุกแน่น เจ้าหน้าที่ได้นำตัวที่โรงพยาบาลเมืองเพชรแล้ว ทั้งนี้ น.ส.คริสเตียน จะนำตัวไปรักษาที่ รพ.บํารุงราษฎร์ กรุงเทพฯ ต่อไป

ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ จากการสอบถาม นายอดุลย์ เป็นคนขับรถ กล่าวว่า ไม่มีการเฉี่ยวชนแต่อย่างใด เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุเกิดเสียหลัก ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตาม จากอุบัติเหตุในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตรวจสอบอีกครั้ง
ภาพจาก ทวิตเตอร์ @tnamcot