ญาติโยมสุดทน!! แจ้งจับสึก 25 พระเขมร บิณฑบาตเกินเวลา ไม่รับอาหาร ขอแต่ปัจจัย!

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผวจ.เพชรบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศิลปชัย มีช่วย ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี พ.อ.วัฒนพล จิตต์รักมั่น หัวหน้ากองข่าว มณฑลทหารบกที่ 15 ผู้แทนสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบุรี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง เดินทางไปตรวจสอบพระภิกษุที่วัดแห่งหนึ่ง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ว่ามีพระภิกษุชาวกัมพูชาออกเดินบิณฑบาตเกินเวลา และไม่รับอาหารแต่ขอเป็นปัจจัยแทน201611182051208-20021028190439จากการตรวจสอบพบพระชาวกัมพูชา 25 รูป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และผู้แทนสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบุรี ตรวจสอบหนังสือสุทธิพระแต่ละรูป และตรวจปัสสาวะ แล้วพบว่ามีพระภิกษุ 3 รูป มีปัสสาวะเป็นสีม่วง ส่วนที่เหลือมีหนังสือสุทธิเป็นพระภิกษุของประเทศกัมพูชาจริง แต่เดินทางเข้าประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย201611182051204-20021028190439จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเชิญ พระครูวัชรสุวรรณาทร เจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี และเจ้าอาวาสวัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร เดินทางมาทำการสึกพระชาวกัมพูชาทั้งหมด โดยส่งตัว 3 คนที่มีสารเสพติดในร่างกายส่งดำเนินคดีข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนอีก 22 คน ส่งดำเนินคดีหลบหนีเข้าเมือง ก่อนผลักดันกลับประเทศต่อไป201611182051205-20021028190439

ที่มา>>>ข่าวสด

ไหม้ระทึกกลางเมืองสุพรรณ ยายวัย 73 ปีกัดฟันอุ้มตาวัย 74 ปีป่วยอัมพาตหนีตายจนตัวเองบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ร.ต.อ.สายฝน หลักเพชร รองสว.(สอบสวน)สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รับแจ้งเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่บ้านเลขที่ 15 ม.2 ต.โคกโคเฒ่า อ.เมืองสุพรรณบุรี จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิเสมอกันสุพรรณบุรีและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเณรแก้วทางหลวงสุพรรณบุรี  ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2  ชั้นใต้ถุนสูงได้ถูกเพลิงเผาวอดทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันเร่งระดมกำลังฉีดน้ำกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย  โดยถูกไฟลวกบริเวณร่างกาย และคุณตาเจ้าของบ้านวัย 74 ปี ซึ่งป่วยเป็นอัมพาต รอดหวุดหวิด

จากการสอบถามนายปั่น ชูจันทร์ อายุ 74 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นป่วยเป็นอัมพาตที่ขาท่อนล่าง ได้เล่าด้วยอาการตกใจว่า ตนอาศัยอยู่ในบ้านอยู่กับภรรยา คือนางทองปลิว ชูจันทร์ อายุ 73 ปี และหลานวัย 20 ปีอีก 1 คน ขณะเกิดเหตุ หลานกำลังนั่งทานข้าวอยู่ จู่ๆก็เห็นประกายไฟขึ้นที่สายไฟภายในบ้าน และไม่นานก็เกิดเพลิงลุกใหม้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หลานจึงได้พยายามดับไฟ   แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ    นายปั่นกล่าวว่า ภรรยาจึงรีบเข้าไปช่วยหลายดับไฟจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นก็รีบวิ่งมาช่วยอุ้มตน ซึ่งไม่สามารถเดินได้ เนื่องจากป่วยเป็นอัมพาตขาท่อนล่าง เพื่อหนีออกจากบ้านที่ถูกเพลิงใหม้ หลังจากนั้นนางทองปลิวภรรยาก็กลับเข้าไปช่วยหลานดับไฟอีกครั้ง จนทำให้ถูกไฟลวก ตามร่างกายหลายจุด และหลานก็ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้พยายามเข้าไปช่วยเหลือและช่วยกันนำตัวส่งรพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช  ด้านนางอัมรา คล้ายมาลา อายุ 54 ปี ญาติของตาปั่น เล่าว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้เก่า ปลูกมานานกว่า  20 ปีแล้ว ปกติจะอาศัยกันอยู่ 3 คน ตายายหลาน ส่วนตอนกลางวันปกตินายทองปลิวจะอยู่บ้านคนเดียว ส่วนยายจะไปรับจ้างล้างจานอยู่ที่ม.ราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์สุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน  แต่วันนี้เป็นวันหยุดก็เลยอยู่บ้าน ดูแลคุณตา ซึ่งที่ผ่านมา คู่นี้เค้ารักกันมาก คุณยายจะคอยดูแลคุณตามาโดยตลอด เพราะคุณตาช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นางอัมรากล่าวว่า พอมาเกิดเหตุวันนี้ ได้เห็นความรักที่คุณยายมีต่อคุณตา โดยรีบพยายามช่วยอุ้มคุณตาหนีออกมาจากกองเพลิง ทั้งๆที่ตัวเองบาดเจ็บ  ทำให้ชาวบ้านหลายคนต่างพากันสงสารและอดน้ำตาคลอไม่ได้ เมื่อเห็นอานุภาพความรักของคุณยายที่มีต่อคุณตา โดยพยายามช่วยเหลือคุณตาอย่างเต็มที่ ทั้งที่ตัวเองได้รับบาดเจ็บ

ที่มา>>>ข่าวสด

แห่ดูทุเรียนยักษ์รูปหัวใจหนัก 11 กิโลชาวสวนลับแลเชื่อให้โชคลาภ-ค้าขายร่ำรวย

 เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า พบทุเรียนพันธุ์หมอนทองมีผลใหญ่มากชาวสวนเรียกว่า “ทุเรียนยักษ์” มีน้ำหนักมากกว่าผลทุเรียนทั่วไปถึงเท่าตัว และมีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ ซึ่งแตกต่างจากผลทุเรียนทั่วไปที่มีผลรีกลม อยู่ที่บ้านเลขที่ 22/1 หมู่ 10 บ้านห้วยโป่ง ต.แม่พูล อ.ลับแล จึงรุดไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านหลังดังกล่าวพบนางมาย วังทา อายุ 55 ปี พร้อมด้วยลูกชายนายเอกภพ วังทา อายุ 33 ปี กำลังนำทุเรียนยักษ์รูปหัวใจ ที่ได้จากสวนลงมาชั่งนำหนักบนกิโล พบว่ามีน้ำหนักอยู่ที่ 11.5 กิโลกรัมหรือ 11 กิโลครึ่ง วัดขนาดความสูงได้ 30 เซนติเมตร กว้าง 45 เซนติเมตร นับช่องร่องทุเรียนได้ จำนวน 10 พลู ข้างซ้ายและข้างขวาอย่างละ 5 พลู หลังจากชั่งน้ำหนักเสร็จแล้วจึงนำพวงมาลัยมาคล้องที่ผลทุเรียนยักษ์ทันที เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัว นางมาย กล่าวว่า ทุเรียนยักษ์ที่พบนี้เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ปลูกในพื้นที่เขาตำบลแม่พูลบนเนื้อที่ 30 ไร่ โดยปลูกร่วมกับผลไม้ชนิดอื่นแบบผสมผสานกัน อาทิ ลางสาด ลองกองและทุเรียนพันธุ์หลง-หลิน และหมอนทอง รวม 500 ต้น ปลูกมาเป็นเวลานานถึง 15 ปี ลักษณะต้นสูงแค่ 4 เมตร ที่ผ่านมาเคยให้ผลผลิตทั้งต้นระหว่าง 30-40 ลูก แต่เป็นทุเรียนธรรมดาผลไม่ใหญ่ปีนี้ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งทั้งต้นมีผลทุเรียนเพียง 3 ลูก ได้สังเกตทุเรียนที่ออกผลมา จำนวน 3 ลูก มีความผิดปกติตรงที่ผลเริ่มเติบโตและใหญ่กว่าทุเรียนทั่วไป 2 ลูกแรกมีน้ำหนักเพียง 5-8 กิโลกรัม อยู่สูงเกือบ 2 เมตร แต่ยังไม่สุกจึงปล่อยให้อยู่บนต้น นางมาย กล่าวด้วยว่า ส่วนลูกที่พบเห็นมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก แถมมีลักษณะพิเศษตรงที่ผลทุเรียนมีรูปร่างคล้ายรูปหัวใจ ชาวสวนต่างเรียกทุเรียนยักษ์รูปหัวใจและเริ่มสุกอยู่คาต้น ในระดับความสูงแค่ 1 เมตร สามารถใช้มือจับหยิบได้ จึงใช้มือประคองแล้วนำมีดตัดลงมาเก็บไว้ที่บ้านเพื่อความเป็นสิริมงคล หลายคนทราบข่าวมาขอซื้อแต่บอกปฏิเสธไปว่าไม่ขาย ลูกชายอยากมอบให้กับน้าสาวเปิดร้านขายของอยู่ที่หน้าตลาดผลไม้เทศบาลหัวดง ใช้สำหรับตั้งโชว์เอาไว้เพื่อเรียกลูกค้า เพราะว่ามันแปลกดีและหายากมาก ทุเรียนใหญ่ยักษ์ขนาดนี้แถมเป็นรูปหัวใจ คนจีนเชื่อในเรื่องของการให้โชคลาภและค้าขายร่ำรวย จึงเตรียมนำไปเป็นของขวัญมอบให้กับน้องสาว

ที่มา>>>ข่าวสด

ระเบิดที่หัวลำโพง! เขี่ยบุหรี่ลงขวดยาแก้ไอ เจ็บ 2 ตร.รุดสอบ

เกิดเหตุระเบิด ใกล้ร้านอาหารที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ชายเจ็บ 2 ราย นำส่ง รพ. เบื้องต้นพบ เขี่ยบุหรี่ลงขวดยาแก้ไอ ตร.กั้นพื้นที่สอบ …

วันที่ 11 พ.ค. เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. มีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดบริเวณด้านหน้าสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ตรงข้ามร้านอาหารเคเอฟซี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดอีโอดี ร่วมตรวจสอบจุดเกิดเหตุมีรอยเลือด

ที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บ เป็นชาย 2 ราย ทราบชื่อ นายทนง ไม่เศร้า อายุ 25 ปี และ นายลมัย อ่วมงามทรัพย์ อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่นำตัวส่ง รพ.กลาง

เบื้องต้น ทราบว่า เป็นการเขี่ยบุหรี่ ลงในขวดยาแก้ไอ ซึ่งไม่แน่ใจว่ามีสารอะไรผสมอยู่ ทำให้เกิดระเบิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่ เพื่อตรวจสอบแล้ว ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.จนท.เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ

ที่มา>>>Thairath